ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด มีลักษณะเป็นบ่อน้ำจืดสีฟ้าอมเขียวใสราวกับกระจก ลึกประมาณ 1 เมตร พื้นของบ่อน้ำจะเป็นพื้นทรายตะกอนหินปูน จึงทำให้น้ำไม่ขุ่น มีความใสอยู่ตลอด น้ำที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดินก็จะไหลลงไปยังคลองมะเลาะ ไปสู่น้ำตกน้ำราดธารทอง แล้วจึงไหลไปยังพื้นที่ของหมู่บ้านบ้านน้ำราดและบ้านย่านยาว นอกจากบ่อน้ำที่สามารถให้นักท่องเที่ยวลงเล่นได้แล้ว ก็ยังมีเรือให้นักท่องเที่ยวได้พายเล่นในลำคลองมะเลาะเพื่อชมความสวยงามของป่าพุที่อุดมสมบูรณ์อีกด้วย
อุทยานธรรมเขานาในหลวง ถือเป็นสำนักสงฆ์ที่สร้างขึ้นด้วยพลังศรัทธาของชาวบ้าน สถานที่แห่งนี้ เริ่มเป็นที่รู้จักจากความวิจิตรของประตูพุทธวดี หรือซุ้มประตูแห่งกาลเวลา ถือเป็นซิกเนเจอร์อันแสนงดงามยามเมื่อแสงเช้าตกกระทบ ก่อนจะต่อยอดพลังศรัทธา ด้วยการสร้าง เจดีย์ร้อยยอดพันองค์ เจดีย์ลอยฟ้าพุทธศิลาวดี เจดีย์ลอยฟ้าพุทธราชาวดี ทำให้ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ เป็นเหมือนสวรรค์บนดิน
เขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน[1] เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”
วัดดอนสัก จุดเด่นของวัดคือมีองค์หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด ปางสมาธิ องค์ใหญ่ที่สุดในโลก มีฐานหน้าตักกว้าง 40 เมตร สูง 39 เมตร ที่ส่วนสูงไม่รวมฐานจากพื้นดิน ดำริสร้างโดยพระครูไพโรจน์ธรรมรุจิ (พระมหาวิลาศ) เจ้าอาวาส โดยใช้พื้นที่ประมาณ 1 ไร่เศษ มีการขุดดินลึกลงไปประมาณ 2 เมตร เพื่อจัดทำเป็นสระน้ำล้อมรอบฐานองค์พระ วัดเขาสุวรรณประดิษฐ์ เป็นวัดที่พระครูสุวรรณประดิษฐ์การ หรือหลวงพ่อจ้อย เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคใต้เป็นผู้บุกเบิกสร้างขึ้น ซึ่งท่านได้มรณภาพ เมื่อปี พ.ศ. 2536 แต่ร่างของท่านยังคงอยู่ในโลงแก้วที่อยู่ภายในอุโบสถ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะ นอกจากนี้บนยอดเขายังเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งได้มาจากวัดพระเกียรติ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ และได้จุดชมวิวจากมุมสูงบริเวณหน้าท่าเรือดอนสัก
วัดเจดีย์ไอ้ไข่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลฉลอง มีการเล่าสืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคนว่า สถานที่ตั้งวัดเจดีย์ปัจจุบันนั้น เมื่อก่อน หลวงปู่ทวด พระเกจิอาจารย์ดังสายปักษ์ใต้ ได้เดินธุดงค์และมาปักกลดอยู่ในบริเวณนั้น ส่วนไอ้ไข่นั้น เชื่อว่าเป็นวิญญาณเด็กอายุประมาณ 9-10 ขวบ เป็นลูกศิษย์ซึ่งติดตามหลวงปู่ทวด เมื่อหลวงปู่ทวดมาถึงสถานที่ดังกล่าว กลับพบว่ามีทรัพย์สมบัติและศาสนสถานที่สำคัญเป็นจำนวนมาก จึงได้ให้ไอ้ไข่สิงสถิตเฝ้าทรัพย์สมบัติดังกล่าว วิญญาณดวงนี้เฝ้าดูแลปกปักรักษาทรัพย์สินของแผ่นดินและอยู่ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่นั้นมา จากศรัทธาที่ผู้คนต่างเชื่อกันว่า “ขอได้ ไหว้รับ” ทำให้มีผู้คนมากราบไหว้ไอ้ไข่หรือตาไข่กันเป็นจำนวนมากเพื่อขอพรและโชคลาภ และนิยมมาแก้บนด้วยรูปไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก ของเล่นต่าง ๆ เป็นต้น
1.ตลาดศาลเจ้า ตลาดนัดขายอาหารใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานี เปิดให้บริการทุกวัน เริ่มขายตั้งแต่ช่วงเย็นถึงกลางคืน ตั้งอยู่บริเวณซอยใกล้ศาลเจ้า เดินแป๊บเดียวทั่ว ชายอาหารแบบรถเข็นตั้งอยู่เต็มสองข้างทาง มีอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารใต้ท้องถิ่น อาหารทะเล ข้าวแกง ผัดไท ลูกชิ้น ไส้กรอก ปลาหมึกย่าง น้ำผลไม้ ผลไม้สด ขนมพื้นถิ่นโบราณเจ้าดังมารวมกันที่นี่ด้วย ทั้งขนมโค ขนมโดน ขนมซาลาเปาทอด เผือกทอด เน้นเป็นของกินมากกว่าของใช้ มีทั้งร้านแบบซื้อกลับและแบบมีที่นั่งกินที่ร้าน แต่ส่วนใหญ่จะเน้นซื้อกลับมากกกว่า
2.ถนนคนเดิน ถนนตอนเย็นกลายร่างเป็นตลาดนัดถนนคนเดินที่คึกคักมากในคืนวันเสาร์ จะกินอะไรมีทุกสิ่งอย่าง
3.ตลาดสะพานโค้ง 100 ปี เป็นแลนด์มาร์คอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำหน่าย สินค้าแฮนเมด วินเทจ ของเก่า ของที่ระลึก เสื้อผ้า และอาหารหลากหลาย ในบรรยากาศเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของบ้านเรือนโบราณสไตล์ชิโน – โปรตุกีส ที่มีสะพานเชื่อมระหว่างอาคารเก่าแก่นับ 100 ปี บนถนนเศรษฐภักดี ใกล้ๆ กับถนนคนเดินริมแม่น้ำตาปี
4.ศาลหลักเมือง เป็นสถาปัตยกรรมศรีวิชัยที่เก่าแก่ มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรศรีวิชัยมีความเจริญรุ่งเรืองมาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน การก่อสร้างศาลหลักเมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชสักการะและเฉลิมพระเกียรติเนื่องในมหามงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2539 เพื่อความเป็นศิริมงคล เป็นหลักชัยละมิ่งขวัญรวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี
สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่
Line : https://line.me/ti/p/YvYF3Z7waQ
WhatsApp: https://wa.me/66887515429
WeChat ID: Jindawong0887515429